วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

5ยอดมนุษย์ที่มีจริงบนโลก!!

Ma Xiangang

พลังพิเศษ : ต้านทานกระแสไฟฟ้า




Xiangang ค้นพบพลังพิเศษของตัวเองด้วยความบังเอิญแบบที่ถ้าเป็นคนปกติคงจะตายไปแล้ว วันหนึ่ง โทรทัศน์ของ Xiangang เกิดพังขึ้นมา เขาเลยพยายามซ่อมกล่องฟิวส์และบังเอิญไปโดยสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ เข้า แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตไหม้เกรียมแบบคนทั่วๆ ไป เขากลับพบว่าเขาไม่มีความรู้สึกเจ็บเลยสักนิด ด้วยความสงสัย เขาเลยลองทดสอบ ด้วยการจับสายไฟดูอีกครั้ง ผลที่ได้ทำให้เขาประหลาดใจมาก เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเขายังไม่รู้สึกเจ็บ และไม่เกิดผลอะไรขึ้นทั้งนั้น

สำหรับมนุษย์ทั่วไปแล้ว เราจะสามารถต้านทางกระแสไฟฟ้าได้ต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความหนาของผิว ความชื้นของผิว และการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในร่างกาย ในกรณีของ Xiangang พบว่าค่าต่างๆ ที่ช่วยในการต้านทานอยู่ในระดับสูงมาก ทำให้เขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า นอกจาก Xiangang แล้ว ยังมีคนอีกมากซึ่งมีความสามารถแบบเขาอยู่ แต่เจ้าตัวเองก็อาจจะไม่รู้เพราะไม่เคยได้ทดสอบ ถ้าใครสงสัยว่าตัวเองมีพลังพิเศษแบบ Xiangang แล้ว ลองไปจับสายไฟดูได้ ถ้าเกิดไม่ตายแล้ว คุณก็อาจจะเป็นหนึ่งในนมุษย์ที่มีพลังพิเศษเช่นเดียวกัน



Dean Karnazes


พลังพิเศษ : ไม่มีวันเหนื่อย







Dean Karnazes เป็นนักวิ่งทางไกลชาวอเมริกัน ซึ่งเหมาะมากกับพลังพิเศษที่เขามี นั่นคือ เขาสามารถวิ่งมาราธอนได้ 50 รายการ ใน 50 รัฐ ในเวลา 50 วัน นอกจากนั้น เขายังวิ่งเป็นระยะทาง 350 ไมล์ (563 กิโลเมตร) ในเวลา 3 วัน ติดต่อกันโดยไม่นอนหลับหรือหยุดพักเลย

ความสามารถของ Dean Karnazes ทำให้ผู้คนชาวอเมริกันประทับใจมาก และทำให้เขาติดอันดับในรายการ 100 บุคคลผู้มีอิทธิพลที่สุด ในนิตยสาร Times ปี ค.ศ.2007 และต่อมาในปี ค.ศ.2010 เขาก็ได้วิ่งตั้งแต่ Disneyland ไปจนถึงเมือง New York โดยใช้เวลา 75 วัน ระยะทางรวม 3,000 ไมล์ (4,800 กิโลเมตร)

มีการทำทดสอบกับ Dean เพื่อหาว่า เหตุใดร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่ามนุษย์ทั่วๆ ไป ผลการทดสอบพบว่า ในคนปกติแล้ว หลังการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่สำหรับ Dean แล้ว พบค่าความเสียหายเพียง 447 CPK หลังจากผ่านการวิ่งมาราธอนมา 25 รายการ การทดสอบยังพบอีกว่า นอกจากกล้ามเนื้อของเขาจะเสียหายน้อยกว่าคนปกติแล้ว มันยังปรับตัวให้เคยชินกับการวิ่ง จนในที่สุดก็ไม่เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นอีก และนอกจากนั้น ยังพบว่าเขามีปริมาณเลือดในร่างกายมากกว่าคนปกติ

สำหรับผลสรุปการทดสอบ ได้ออกมาว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล



Stephen Wiltshire


พลังพิเศษ : ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น




ถ้าใครได้ดูช่อง Discovery Channel อาจจะเคยเห็นโฆษณาที่เฮลิคอปเตอร์พาชายคนหนึ่งขึ้นไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของ เมือง New York หลังจากกลับลงมา ชายคนนั้นก็วาดภาพเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดถูกต้อง 100 เปอร์เซ็น โดยอาศัยความทรงจำเท่านั้น

ชายคนนั้น คือ Stephen Wiltshire ผู้ซึ่งเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกมาเป็นเวลา 25 ปีแล้ว เพื่อวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศ และเมืองต่างๆ โดยภาพวาดของเขาจะวาดขึ้นจากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้แม้จะได้ดูแค่เพียงแว้บเดียว จนถึงทุกวันนี้ เขายังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ สามารถเข้าไปดูผลงานของเขาได้ ที่นี่ http://www.stephenwiltshire.co.uk/

Stephen Wiltshire เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก ซึ่งมีผลทำให้เขามีปัญหาในการเข้าสังคม และปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกัน แต่ก็ทำให้เขามีความสามารถพิเศษในการจดจำ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็นโรคออทิสติกทุกคนจะมีความสามารถพิเศษเช่นนี้ มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่พบว่าจะมีความสามารถพิเศษ หรือเป็นอัจฉริยะในทางด้านใดด้านหนึ่งทดแทนความสามารถในการดำเนินชีวิต เหมือนคนปกติที่สูญเสียไป

ในคนปกติแล้ว เมื่อถูกพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปเหนือเมือง เราจะถูกรบกวนจะดึงความสนใจด้วยสิ่งแวดล้อมรอบๆ ข้าง แต่สำหรับ Stephen แล้ว สมองของเขาจะเพ่งความสนใจไปยังรายละเอียดของเมืองเพียงอย่างเดียว และจดจำทุกรายละเอียด รวมถึงความสัมพันธ์ของแต่ละสิ่งก่อสร้างที่ก่อให้เกิดเป็นเมืองขึ้นมา ทำให้เขาสามารถจดจำได้ทุกรายละเอียดและนำมาใช้ในการวาดภาพต่อได้


Wim Hof


พลังพิเศษ : ต้านทานความเย็น 





Wim Hof เป็นชาวดัตช์โดยกำเนิด เขามีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น ไม่ใช่ในแบบอดทนต่อความเย็นแบบที่นักมายากล หรือนักแสดงเสี่ยงตายทำ แต่ความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย เคยมีการทดลองให้เขาดำน้ำเย็น จัด ซึ่งสามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที ผลปรากฏคือ อุณหภูมิในร่างกายของเขาแทบจะไม่ลดลงเลย เขาทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว ได้แบบสบายๆ

Wim Hof บอกไว้ว่า ความสามารถของเขาได้มาจากการทำสมาธิ ซึ่งได้มีการทำทดลองกับตัวเขาแล้วได้ผลออกมาว่า เป็นความจริง เขาสามารถควบคุมระบบประสาทของตัวเองให้สามารถทนทานต่อสิ่งแวดล้อมได้ ด้วยการตั้งสมาธิ ซึ่งผลการวิจัยยังบอกอีกว่า กรณีของเขาเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งในคนปกติถึงแม้จะนั่งสมาธิมากขนาดไหนก็อาจจะทำไม่ได้ขนาดนี้ ถือว่า เป็นมนุษย์พิเศษจริงๆ


Isao Machii

พลังพิเศษ : สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์



Isao Machii คือชายชาวญี่ปุ่นที่มีรีเฟล็กซ์ (ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง) ยอดเยี่ยม และเขาก็ใช้ความสามารถนั้นในการตัดสิ่งของต่างๆ ด้วยดาบซามูไร

เขาสามารถตัดสิ่งของเล็กๆ ให้ขาดครึ่งได้ ทำได้แม้กระทั่งตัดลูกกระสุนปืนลมที่ถูกยิงออกมาให้ขาดครึ่ง ซึ่งทำให้คนที่ได้รับชมการแสดงของเขาทึ่งมาก เพราะเป็นความสามารถเหลือเชื่อที่น่าจะมีแต่ในภาพยนตร์เท่านั้น แต่ชายคนนี้สามารถทำได้จริง

10 สุดยอดเรื่องประหลาดแห่งปี 2012

ปี2012 นับเป็นปีแห่งการค้นพบสิ่งแปลกประหลาดมากมายในธรรมชาติ 
เรามาดูกันว่าน่าสนใจเพียงใด 
โดยเรียงลำดับตามความประหลาดจากน้อยไปหามาก




10. พบกบที่เล็กที่สุดในโลก



Photograph courtesy Christopher Austin, Louisiana State University

กบขนาดแมลงวัน (Paedophryne amanuensis) 

นับเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่เล็กที่สุดในโลก ด้วยขนาดโดยประมาณ 7.7 มม. มีขนาดเล็กกว่าชนิดของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่พบก่อนหน้านี้เล็กน้อย (คือ ปลาที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในสปีซี่ส์ (Paedocypris progenetica) ซึ่งตัวเมียวัดได้ประมาณ 7.9 มม.)



9. เมือกสไลม์ (Slime) มีหน่วยความจำแต่ไม่มีสมอง



Photograph courtesy Audrey Dussutour

สไลม์ซึ่งเป็นเหมือนเทพบันดาลใจในหนังแนวนิยายวิทยาศาสตร์ The Blob (1958) ถูกพบความจริงที่น่าขนลุก ในเดือนตุลาคมนักวิทยาศาสตร์รายงานว่า ราเมือก (slime mold)" สิ่งมีชีวิตเซลล์เดี่ยวนั้นไร้สมอง แต่กลับมีรูปแบบของหน่วยความจำ อะจิ๋ยยย



8. ความลึกลับของแมวสองหน้า



Photograph courtesy TODAY Show/NBC

ในเดือนสิงหาคม เจ้าวีนัสแมวสองหน้ากลายเป็นแมวที่มีชื่อเสียง เจ้าแมวลายสีเต่ากระ (tortoiseshell) มีเฟซบุ๊คส่วนตัว ถูกโหลดขึ้นบนยูทูป http://www.youtube.com/ และยังมีสัมภาษณ์แบบเอคครูซีฟใน Today Showhttp://www.youtube.com/watch? เหตุที่ดังขนาดนี้เพราะหน้าข้างที่เป็นสีดำของมันมีตาสีเขียวแต่ในด้านที่เป็นลายสีส้มกลับมีตาสีฟ้า การมีสีแยกชัดเจนเช่นนี้อาจเป็นเพราะการผสมผสานทางพันธุกรรมที่นักวิทยาศาตร์เรียกว่า Absolute luck ขอแปลว่า โชคเพียวๆ อิ อิ นักวิทยาศาสตร์ก็ใช้คำว่า luck เป็นเหมือนกัน



7. พบปลาวาฬเพชฌฆาตเผือก



Photograph courtesy E. Lazareva, Far East Russia Orca Project

ปลาวาฬสีขาวตัวนี้ถูกพบเห็นในน่านน้ำรัสเซียเมื่อเดือนเมษายน อาจนับเป็นหนึ่งเดียวในโลก มันมีชื่อเล่นน่ารักๆ ว่า ไอซ์เบิร์ก (iceberg) เจ้าภูน้ำแข็งนี้ มีความยาว 4 เมตร แต่อาจจะไม่ใช่สัตว์เผือกแท้เพราะมีสีดำบริเวณด้านหลังของครีบหลัง นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า วาฬเพศผู้ตัวนี้ดูมีสุขภาพดีและได้รับการยอมรับจากฝูงของมัน ดูเหมือนว่าการมีสีไม่เหมือนใครไม่ได้มีผลกระทบต่อมัน (ข้าพเจ้าก็สงสัยเหมือนกันว่าวาฬมันแยกสีได้หรือไม่) 



6. พบสัตว์ที่มีขามากที่สุดในโลก



Photograph by Paul Marek

สัตว์ที่มีขามากที่สุดที่อาศัยอยู่บนโลกของเราอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มันไม่ใช่นักแสดงหรือนายแบบใดๆ แต่มันคือ มิลลิเพด (millipede def:[สัตว์ตัวกลมยาวราว 1 คืบ ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง ในวงศ์ Julidae มีขาเป็นข้อๆ) ถูกค้นพบในเดือนพฤศจิกายน นักวิทยาศาสตร์ให้ข้อมูลไว้ว่ามันมีความยาว 3 ซม. มีขา 750 ขา ครั้งแรกมันถูกพบโดยนักวิทยาศาสตร์ในปี 1928 (Illacme plenipes ความเป็นสุดยอดของการมีขามาก) แต่ไม่มีการกล่าวถึงเลยตลอดศตวรรษที่ 20 จนใครๆ คิดว่ามันสูญพันธุ์ไปจากโลกแล้ว แต่แล้วนักกีฏวิทยาจากมหาวิทยาสัยอริโซนา Paul Marek ก็พบมันใกล้ๆ กับ Silicon Valley 



5. ค้นพบเป็นครั้งแรกว่าตะพาบสามารถถ่ายปัสสาวะทางปาก



Photograph from FLPA/Alamy

เมื่อสัตว์จำพวกตะพาบชนิดหนึ่งในประเทศจีนจำต้องว่ายวนอยู่ในแอ่งน้ำเล็กๆ พวกมันจะถ่ายปัสสาวะทางปาก (ขับถ่ายยูเรียออกทางปาก) ในเดือนตุลาคมนักวิทยาศาสตร์ได้รายงานแสดงหลักฐานครั้งแรกที่พบว่าพวกมันทำเช่นนั้น การค้นพบยังสามารถนำมาวิจัยต่อได้เพื่อช่วยมนุษย์ที่มีปัญหาด้านโรคไตล้มเหลว 



4. ไขข้อข้องใจ เรื่องสิงโตตัวเมียมีลักษณะเหมือนตัวผู้



Photograph courtesy Deon De Villiers

ถ้ามันมีหน้าตาแบบสิงโตตัวผู้ และถูกเข้าใจว่าเป็นตัวผู้ บางทีอาจไม่ใช่ก็ได้ นี่คือกรณีของสิงโตที่มีลักษณะพิเศษแห่งอัฟริกา มีอากัปกริยาคล้ายและขนคลุมแผงคอที่เป็นสัญญลักษณ์เพศชาย และยังมีความสามารถในการลวงคู่แข่ง สิงโตพวกนี้ถูกพบบ่อยครั้งในพื้นที่ Mombo บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Okavango ใน Botswana (รวมภาพด้านบน) ที่ซึ่งพลเมืองสิงโตอาจมีการจัดวางทางพันธุกรรมที่แปลกประหลาดจากที่อื่น ผุ้เชี่ยวชาญกล่าว



3. ความลึกลับของการวิวัฒนาการ - ปลาที่มีอวัยวะสืบพันธุ์อยู่ใต้หัว



Photograph courtesy Magnolia Press, reproduced with permission

ปลา Phallostethus cuulong เป็นปลาชนิดใหม่จากประเทศเวียตนามมันมีอวัยวะสืบพันธุ์อยู่ส่วนหัว นับเป็นชนิดที่ 22 ของสายพันธุ์ Phallostethidae ซึ่งทั้งหมดในสายพันธุ์นี้มีอวัยวะสำหรับการสืบพันธุ์อยู่ถัดจากปากของมัน 



2. การศึกษาอวัยวะเพศชายที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก



Photograph by Lucy Cooke

ตัวตุ่น (echidna) ออสเตรเลีย สัตว์จำพวกเม่นโบราณที่กินปลวกเป็นอาหาร มันมีลักษณะประหลาดคือ มีอวัยวะเพศสี่หัว Lucy Cooke นักสำรวจของ NatGeo กล่าวว่า เจ้าสี่หัวนั่นดูเหมือนมือตุ่นๆ ที่ไม่มีหัวแม่มือโบกมือหยอยๆ มาให้ฉัน หรือดูอีกทีก็เหมือนต้นไม้ทะเลประหลาดบางชนิด ดีนะ ที่มันไม่มีหน้าตาเหมือนอวัยวะเพศชายที่ฉันเคยเห็นมาก่อนเลย อิ อิ 



1. พบลูกตายักษ์ประหลาดลึกลับบนชายหาดฟลอริด้า



Photograph by Carli Segelson/Fla. FWCC

ทำให้ระลึกถึงเจ้า Montauk monster (สัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งที่คนอ้างว่าเคยเห็น)" ลูกตาขนาดลูกซอฟท์บอลถูกพัดเข้าสู่ฝั่งฟลอริด้าเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โลกออนไลน์เกิดคำถามขึ้นมากมาย ว่ามันคืออะไร และเป็นตาของใคร หลังจากนั้นไม่กี่วัน คณะกรรมการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์ปลา (Fish and Wildlife Conservation Commission) ได้รายงานว่า ลูกตาลึกลับ ลูกนี้เป็นตาของปลาดาบนั่นเอง ด้วยการถูกจัดว่ามีความประหลาดชัดเจนและลึกลับในเวลาเดียวกัน เจ้าตายักษ์ลูกนี้จึงถูกจัดเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดของ NatGeo ในปี 2012

สเปน เตรียมปรับเวลาให้ช้าลง 1 ชม.

สเปน เตรียมพิจารณาปรับเวลาให้ช้าลง 1 ชั่วโมง !




รัฐสภาสเปนเตรียมพิจารณาปรับเวลาทั่วประเทศช้าลง 1 ชั่วโมง ให้เท่ากับอังกฤษและโปรตุเกส ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐสภาสเปนกำลังพิจารณาการปรับเวลาทั่วประเทศให้ช้า 1 ชั่วโมง โดยเอกสารระบุว่า สเปนใช้เวลาผิดมานานกว่า 71 ปีแล้ว นับตั้งแต่พลเอกฟรานโก้ ผู้ปกครองเผด็จการ สั่งย้ายสเปนไปใช้เขตเวลาชาติยุโรปกลาง หรือซีอีที ให้เหมือนกับเยอรมนี เพราะในช่วงนั้น เป็นยุคนาซีเรืองอำนาจ แต่รายงานระบุว่า แท้จริงแล้ว สเปนควรใช้เขตเวลาเดียวกันกับอังกฤษและโปรตุเกส ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน แต่ปัจจุบัน เวลาของสเปนเร็วกว่าทั้งสองประเทศ 1 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ เวลาในสเปนจะเท่ากับมาตรฐานกรีนิช หรือจีเอ็มทีบวกหนึ่งในช่วงฤดูหนาว และจีเอ็มทีบวกสองสำหรับฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม ชาวสเปนมักใช้ชีวิตโดยยึดตามการดูพระอาทิตย์ มากกว่าเข็มนาฬิกา โดยพวกเขามักรับประทานอาหารเที่ยง ในเวลาบ่ายโมง และรับประทานอาหารเย็น เมื่อนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่ม ซึ่งเอกสารระบุว่า การที่ปรับเวลาของสเปนให้ช้าลง 1 ชั่วโมง จะช่วยทำให้สเปนก้าวเข้าไปอยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับเวลาที่หลายประเทศในยุโรปใช้กัน 

117 ปี การเดินทางของภาพยนตร์

ภาพยนตร์ 1896 - ปัจจุบัน

คำว่า "ภาพยนตร์" ตามที่ผมได้เรียนมา คือการรวมกันของคำสองคำ นั่นคือ คำว่า "ภาพ" ก็คือรูปภาพนั่นแหละครับ
และคำว่า "ยนตร์" คือการเคลื่อนไหว ไม่ใช่ "ยนต์" ที่แปลว่าเครื่องกลไก นะครับ

ซึ่งก็คือรูปภาพที่เคลื่อนไหวได้นั่นเอง 

เท่าที่พอจำได้ ไอ้จุดเริ่มของการเกิดภาพเคลื่อนไหวครั้งแรกของโลกนั้นมาจาก "การพนัน" ครับ

เรื่องของเรื่องก็คือ มีเศรษฐี 2 หน่อที่คาดว่าจะติดพนันงอมแงม ไปแทงม้าด้วยกันแล้วสงสัยกันว่า

จังหวะที่ม้าวิ่งจะมีขณะหนึ่งที่เท้าทั้ง 4 ลอยจากพื้นหรือไม่ โดยคนนึงเชื่อว่าลอยหมดและอีกคนเชื่อว่าต้องมีเท้าใดเท้าหนึ่งแตะพื้น


เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน "การพนัน" ย่อมเกิด ทั้ง 2 เริ่มหาวิธีพิสูจน์เพื่อทำการตัดสินผลแพ้ชนะ

สุดท้ายก็ได้จ้างคนมาประดิษฐ์กล้องถ่ายรูปที่ลักษณะคล้ายปืน เพราะดัดแปลงมาจากการทำงานของปืน

ซึ่งเป็นที่มาของ คำว่า "Shooting" เวลาถ่ายหนังทุกวันนี้ครับ












แล้วก็เอาไอ้กล้องที่ว่าเนี่ยติดไว้ทั่วสนาม โดยใช้ลวดหรือเชือกอะไรก็ไม่ทราบผมเกิดไม่ทัน เป็นกลไกกดชัตเตอร์

เมื่อม้าวิ่งมาก็เตะลวด(ละกัน) กล้องก็ถ่ายไว้ 

และแล้วก็ล้างรูปมาดูกัน ให้ตายเถอะ!!! ม้าลอยได้ ใครได้ใครเสียก็ไม่ทราบ แต่เชื่อว่าคนเสียคงหน้าแหกไม่ใช่น้อย


นั่นเป็นจุดเริ่มที่ไปสะกิดติ่งนักประดิษฐ์ที่มีนามว่า Thomas Alva Adison ซึ่งไอ้ติ่งที่ว่านี่ก็ดันไม่ได้มองแค่ภาพม้าลอยได้ภาพเดียว

ติ่งเอดิสัน ดันประมวลภาพต่อเนื่องของม้าวิ่งทีละภาพต่อกัน จนเกิดความกระสันอยากสร้าง "ภาพเคลื่อนไหว" ขึ้น











และแล้วในปี 1889 Adison ก็สร้างตู้หรรษาที่มีชื่อว่า "Kinetoscope" อ่านว่า คิเนโทสโคป (มั๊ง) 

โดยใช้หลักการภาพติดตา ก็คือ ใช้ภาพนิ่งหลายภาพเรียงต่อกัน ด้วยความเร็วคงที่ภาพนั้นก็จะดูเหมือนเคลื่อนไหวได้ เจ๋งว่ะ!!!

โดยตู้ที่ว่านี่ก็จะดูภาพเคลื่อนไหวได้แค่ที่ละคนเท่านั้น โดยด้านในก็จะใส่ฟิล์มที่ถ่ายด้วยกล้อง เอดิสันประดิษฐ์ ที่ชื่อว่า "Kenetograph" อ่านว่า คิเนโทกราฟ

โดยไอ้ฟิล์มที่ว่าก็จะมีหลอดไฟอยู่ด้านหลัง ฟิล์มก็วิ่งเป็งวงรอบหลอดไฟอ่ะ นึกออกป่ะ
ด้วยความราว 48 เฟรม ต่อ 1 วินาที เร็วสาดดดดดด


ปัจจุบันใช้ 24/ sec นะครับ มากกว่า 24 ก็ไม่รู้หรอกเพราะสายตาเรารับภาพได้ที่ 24 

อย่างเราดูทีวี ก็ 25 / วินาที ก็ไม่รู้สึก
















ประมาณนั้น ก็คงสำเร็จและฮือฮาพอสมควร ก็เลยถูกพัฒนาต่อโดย 2 พี่น้องตระกูล Lumiere 

ตอนเรียนไม่มีใคบอกด้วยว่าไอ้ "พี่น้องลูมิแอร์" เนี่ยชื่อไรมั่ง ที่สำคัญก็ไม่เสือกถามด้วย

สรุปก็คือสองหนุ่มลูมิแอร์ได้พัฒนาเครื่องที่มีชื่อว่า "Cinimatograph" โดยไอ้เจ้าซีเนมาโตกราฟ เป็นเครื่องฉายภาพยนตร์

โดยเป็นต้นแบบของเครื่องฉายทุกวันนี้ เป็นที่มาของคำว่า "ซีนีมา" ทุกวันนี้






24 ประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า เที่ยวอย่างสบายใจ



กลุ่มที่ 1 อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน ประกอบไปด้วย

- บรูไน ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน
- กัมพูชา ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน
- บาห์เรน ระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน
- ฟิลิปปินส์ ระยะเวลาไม่เกิน 21 วัน




2 กลุ่มที่ 2 ระยะเวลา 30 วัน ได้แก่

- อินโดนีเซีย
- ลาว
- มาเก๊า
- มองโกเลีย
- มาเลเซีย
- มัลดีฟส์
- รัสเซีย
- สิงคโปร์
- แอฟริกาใต้
- เวียดนาม
- เซเซลส์
- ตุรกี
- ฮ่องกง
-ประเทศญี่ปุ่น




กลุ่มที่ 3 ระยะเวลา 90 วัน (ส่วนใหญ่จะเป็นแถบอเมริกาใต้)

- อาร์เจนติน่า
- บราซิล
- ชิลี
- เกาหลีใต้
- เปรู
- เอกวาดอร์